บริการต้นไม้ให้เช่า
Email : suanaroon@gmail.com | Tel : 081-988-1095
Slide 1
Slide 1
Slide 1

มุมความรู้   >   พันธุ์ไม้ดูดสารพิษ
21-11-2013 11:21:42

 

-----คุณทราบหรือไม่ว่า------------------------------------------------------            อากาศที่เราหายใจเข้าไปทุกวันนี้ประกอบด้วยฝุ่นละอองและสารเคมีมากมาย ความพยายามที่จะเอาชนะฝุ่นละอองและสารพิษในอากาศที่เรามองไม่เห็นนั้น คงไม่มีวิธีใดที่จะดีไปกว่าการใช้วิธีธรรมชาติมาจัดการกับอากาศพิษเหล่านั้น เรารู้มานานแล้วว่าต้นไม้นั้นเปรียบเสมือนปอดของมนุษย์ที่คอยผลิต อ๊อกซิเจนออกมาและในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เหมือนกับเครื่องกรองอากาศไปในตัวด้วย      วิธีที่ดีที่สุดเพื่อทำให้คุณภาพของอากาศในที่อยู่อาศัยและที่ทำงานเป็นอากาศที่บริสุทธิ์และสะอาด คือการปลูกต้นไม้ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยต้นไม้ที่มีคุณสมบัติในการดูดสารพิษ ต้องการแสงน้อย และเจริญเติบโตได้ดีแม้ในอยู่ในอาคารที่อยู่อาศัย                                                                                        ---------------------------------------------------------------------------------

           Dr. B.C Wolverton ผู้แต่งหนังสือ "How to grow fresh air" เป็นผู้ที่ทำการทดลองใช้ต้นไมพันธุ์ต่างๆ มาทำการทดลองเพื่อสร้างอากาศบริสุทธิ์ Dr. Wolverton ทำงานที่กองการบินอวกาศและการบินแห่งชาติ(NASA) ประมาณ 20 ปี และพัฒนาเทคโนโลยีที่น่าจะทำให้มนุษย์อยู่ภายในสถานที่ปิด อย่างเช่น บนดวงจันทร์หรือดาวอังคารได้ การวิจัยบุกเบิกอันนี้ทำให้เขาทราบว่าการปลูกต้นไม้ (Houseplants) คือเครื่องกรองอากาศที่รวดเร็วที่สุดและมีประสิทธิภาพที่สุดในการลดมวลสารอันตรายอย่างเช่น 1ฟอร์มาลดีไฮด์2เบนซิน และ 3ไซลีน ที่อยู่ในอากาศ ซึ่งทั้งหมดอาจส่งผลให้เกิดโรคต่างๆได้หลายโรค เช่น โรคหอบและกลุ่มอาการของโรคภูมิแพ้ต่างๆ

           Dr. Wolverton ได้ทำการปลูกต้นไม้จำพวก Houseplants ไว้ในห้องซึ่งถูกปิดตาย แล้วพวกเขาก็ปล่อยสารเคมีที่เป็นอันตรายต่างๆ เข้าไปในห้องปิดนั้นซึ่งมีสารเคมีกว่าหนึ่งร้อยชนิดเลยทีเดียว หลังจากการทดลองพบว่าต้นไม้เหล่านั้นสามารถดูดสารเคมีออกจากอากาศได้ พวกเขาได้ทำการทดลองซ้ำๆอีกหลายครั้ง สุดท้ายก็ค้นพบความลับที่ทำให้ชวนพิศวงว่าต้นไม้เปรียบเสมือนปอดข้างหนึ่งของมนุษย์ที่คอยช่วยดูดสารพิษต่างๆ ก่อนที่มนุษย์จะสูดเอามันเข้าไป

          กระบวนการทำงานของต้นไม้แบ่งออกเป็น 2 ระบบ คือ

       1. ดูดสารพิษไปเก็บไว้ที่ใบแล้วส่งสารพิษไปยังราก เพื่อเปลี่ยนสารพิษให้กลายเป็นอาหาร

         2. คายไอน้ำออกมาเพื่อจับตัวกับสิ่งสกปรกในอากาศ เมื่อสารพิษจับตัวกับไอน้ำก็จะตกลงมายังพื้นรอบๆ ราก เมื่อถึงเวลาที่สารพิษซึมผ่านมายังดิน สารพิษเหล่านั้นจะถูกดูดซึมกลายเป็นอาหารของต้นไม้

         จะเห็นได้ว่าต้นไม้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับอาคารสำนักงานต่างๆ เพราะว่าอาคารเป็นสถานที่ปิดขนาดใหญ่ เป็นแหล่งผลิตเชื้อโรคต่างๆที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆได้มากมาย แต่ก็มีความเห็นของศาสตราจารย์บางท่านกล่าวว่า “ต้นไม้มีข้อจำกัดในเรื่องของเชื้อราบางชนิดซึ่งต้นไม้ไม่อาจจะทำให้อากาศบริสุทธิ์ได้เลยซะทีเดียว”

         Dr. Wolverton ได้อธิบายว่า “ ไม่ใช่ต้นไม้หรอกที่เป็นสาเหตุของเชื้อราในอากาศ แต่เป็นเรื่องของวัสดุปลูกต้นไม้มากกว่าที่ทำให้เกิดเชื่อรา การที่เรารดน้ำต้นไม้ก็จะทำให้ดินเกิดความชื้นขึ้น ซึ่งทำให้เชื้อราบางชนิดเจริญเติบโตได้ดี เมื่อนำต้นไม้ไปไว้ภายในอาคารก็จะเกิดการกระจายเชื้อขึ้นในอากาศได้” ต่างหาก 

         ทางแก้ปัญหา คือ การใช้วัสดุปลูกที่ไม่ใช่ดิน เช่น การใช้หินภูเขาไฟ การใช้วัสดุปลูกที่เป็นดินเหนียวเผาไฟ การใช้กรวด ซึ่งเราจะกล่าวถึงในที่นี้ก็คือ ระบบ "Hydroculture" ซึ่งเป็นระบบที่ไม่ใช้ดินแต่จะเลือกใช้วัสดุปลูกที่รากสามารถเกาะได้แล้วมีมวลเบา 
ระบบ "Hydrocultureเป็นที่นิยมมากในประเทศแถบยุโรป มีการพัฒนาระบบวัดระดับน้ำและมีการทดลองกับต้นไม้ต่างๆ ตลอดจนการให้อาหารพืชด้วยปุ๋ยต่างๆ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับระบบ Hydroponics ซึ่งใช้ปลูกผักรับประทานเพียงแต่่ต้นไม้ที่ปลูกในกระถางก็จะมีวิธีที่ไม่ซับซ้อนและไม่จำเป็นต้องมีระบบที่ยุ่งยาก

         พันธุ์ไม้ดูดสารพิษ 50 ชนิดที่ Dr. Wolverton ได้ทำการทดลองแล้วมีประสิทธิภาพในการดูดสารพิษได้ดีมีดังต่อไปนี้ 

(ขอยกตัวอย่าง 25 ชนิด)

1). ต้นหมากเหลือง (Yellow Palm)                ***มีบริการค่ะ***

2). ต้นจั๋ง ( Lady Palm)                              ***มีบริการค่ะ***

3). ปาล์มไผ่ (Bamboo Palm) 

4). ต้นยางอินเดีย (Rubber Plant)                  ***มีบริการค่ะ***

5). หมากผู้หมากเมีย (Dracaena "Jenet Craig")

6). ต้นตำลึง (Enlish Ivy) 

7). ต้นปาล์ม ( Dwarf Date Palm)                 ***มีบริการค่ะ***

8). ต้นไทร (Ficus Alii)

9). บอสตัสเฟิร์น (Boston Fern)

10).เดหลี ( Peace Lily)                              ***มีบริการค่ะ***

11).วาสนา (Dracaena "Massangeana")

12).พลูด่าง ( Philodendron Oxycardium)      ***มีบริการค่ะ***

13).จันผาขอบแดง ( Dragon Tree)

14).มรกตแดง (Rec Emerald Philodengron)

15).ต้นลิ้นมังกร ( Sansevieria Trifasciata)      ***มีบริการค่ะ***

16).สาวน้อยปะแป้ง (Diffendachia Camilla)

17).ต้นสนฉัตร (Norfolk Island Pine)             ***มีบริการค่ะ***

18).ต้นกล้วย (Dwarf Banana)

19).ต้นหญ้าประดับ ( Lily Turf)

20).ต้นโกสน (Croton)

21).กล้วยไม้ ( Moth Orchid)                       ***มีบริการค่ะ***

22).สับปะรดสี ( Urn Plant)                          ***มีบริการค่ะ***

23).คล้า (Calathea Makoyana)

24).ต้นหน้าวัว ( Anthurium)                        ***มีบริการค่ะ***

25).เขียวหมื่นปี ( Chinese Evergreen)    

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1.     ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) เป็นสารกันเสียที่มีส่วนผสมในเครื่องสำอาง แชมพู น้ำยาเคลือบเล็บ น้ำยาบ้วนปาก ยาระงับกลิ่นผ้า นอกจากนั้นแล้ว สารฟอร์มาลดีไฮด์พบมากในที่อยู่อาศัย เนื่องจากเป็นสารที่อยู่ในกาวและสารเคลือบเฟอร์นิเจอร์ไม้ ไม้อัด และไม้แปรรูปอื่นๆ ซึ่งใช้เป็นวัสดุก่อสร้าง รวมไปถึงสีทาบ้านบางชนิด

2.     เบนซีน (Benzene) เบนซีนไม่มีสีแต่ไวไฟและมีกลิ่นหอมหวาน สารนี้เป็นตัวทำละลายสำคัญในอุตสาหกรรมที่สำคัญเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยา พลาสติก ยางสังเคราะห์และสีย้อม

3.     ไซลีน (Xylene) สารใช้ในอุตสาหกรรมพลาสติก เส้นใยสังเคราะห์ เป็นสารละลายในหมึกยาง กาว เรซิน สีย้อม และแลคเกอร์ เป็นอันตรายเมื่อสูดดมและเมื่อถูกผิวหนัง เสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่อดวงตา ระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจและผิวหนัง

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

21-11-2013 11:21:42